เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ Fairy tale ที่กำลังจบลง

เข้ามาอ่านเรื่องราวของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่กำลังเผชิญปัญหาการค้นหาฟอร์มการเล่นของตัวเอง หลังจากที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลก่อน เพราะอะไรถึงกลายเป็นคนละทีมกับเมื่อปีที่แล้ว?​

Home » เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ Fairy tale ที่กำลังจบลง

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือมีฉายาว่า The Blades เป็นทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาฤดูกาลที่แล้วที่คุมทัพโดยกุนซือชาวอังกฤษ Chris Wilder ได้ทำเอาแฟนบอลหลายคนเซอร์ไพรส์กันน่าดูหลังจากที่โชว์ฟอร์มในฤดูกาลแรกกับการเล่นในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าประทับใจ The Bladesmen เริ่มฤดูกาล 2019/20 ได้ไม่สวยนักจากการแพ้ 3 นัดแรกแต่ก้กลับมาเริ่มฤดูกาลในฝันด้วยการเอาชนะสิงห์บลู เชลซี ในบ้านด้วยสกอร์ 3-0 ในนัดที่ 4 ทั้งนี้ม้ามืดอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เอาชนะคู่แข่งจาก ‘Big Six’ ถึง 3 ครั้งในถิ่น Bramall Lane ทั้ง 3 ครั้ง (ชนะ เชลซี สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล) และยันเสมอกับทีมใหญ่ได้ถึง 4 ครั้งอีกด้วย (เสมอกับ อาร์เซน่อล แมนยู สเปอร์ส และ เชลซี) สุดท้ายมาเริ่มแผ่วช่วยหลังเบรกและจบฤดูกาลอันดับที่ 9 อย่างน่าประทับใจแต่ก็ชวดการไปเล่นในรายการฟุตบอลถ้วยยุโรปอย่างน่าเสียดาย การที่สโมสรได้จบอันดับ 9 ถือเป็นสถิติการจบอันดับที่สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกของสโมสร เปิดฤดูกาลใหม่ 2020/21 มาหลายคนก็ได้คาดหวังว่าปีนี้เชฟฟิลด์จะยังสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเหมือนฤดูกาลก่อนแต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นใจทำให้ตอนนี้ทีมติดอยู่อันดับท้ายตารางและยังไม่ได้สามารถเก็บชัยชนะแม้แต่นัดเดียว เรามาสำรวจกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ของ Chris Wilder ในฤดูกาลนี้?​ ทำไมทีมถึงมีฟอร์มที่ดิ่งแตกต่างกับฤดูกาลที่แล้วอย่างสิ้นเชิง?

การเสียตัวหลักของทีม

Dean Henderson ผู้รักษาประตูทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลที่แล้ว
Dean Henderson – กลับแมนยู ทีมต้นสังกัดในฤดูกาลนี้
Source: Sheffield United News

แน่นอนว่าผู้เล่นตัวสำคัญของทีมที่ต้องสูญเสียไปได้แก่ Dean Henderson ตำแหน่งผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่กลับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมต้นสังกัด Henderson เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมีความแข็งแกร่งในแนวรับหลังจากที่มือกาวชาวอังกฤษรักษาได้ถึง 13 คลีนชีทในฤดูกาลที่แล้ว ทั้งนี้ทางสโมสรได้ซื้อ Aaron Ramsdale เซ็นสัญญายาว 4 ปีด้วยค่าตัว 18.5 ล้านปอนด์ (ราว 740 ล้านบาท) จากบอร์นมัธที่ตกชั้นไปปีที่แล้ว Ramsdale มีประสบการณ์เล่นในพรีเมียร์ลีกอยู่แล้วและถือว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ค่อนข้างดีแต่ในปีนี้เขาได้เสียประตูไปแล้ว 14 ประตูภายในการเล่นแค่ 8 นัด เฉลี่ยแล้วอยู่ที่นัดละ 1.75 ประตู ในขณะที่ Henderson ฤดูกาลที่แล้วเสียประตูไปทั้งหมด 39 ลูกจาก 38 นัด เฉลี่ยที่ 1.02 ประตูต่อนัด

อีกหนึ่งตัวหลักสำคัญของทีมได้แก่ Jack O’Connell ที่ได้รับอาการบาดเจ็บตั้งแต่ต้นฤดูกาลและอาจปิดเทอมยาวในปีนี้ O’Connell เป็นกำลังสำคัญในแผนของ Wilder และถือเป็นผู้นำของแผงหลัง 3 ของทีมโดยเฉพาะใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทางสโมสรได้พยายามหาผู้เล่นมาแทนที่หลายรายอย่าง Ethan Ampadu, Jack Robinson, และ Enda Stevens แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาแทนที่ของ O’Connell ได้แบบเต็มตัว

การยิงประตูที่น้อยลง

Rhian Brewster กองหน้าตัวใหม่ของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
Rhian Brewster – กองหน้าค่าตัวสถิติสโมสรของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
Source: AS English

การทำประตูของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด นั้นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ฟอร์มบู่ในฤดูกาลนี้ หลายคนอาจจำได้ว่าในฤดูกาลที่แล้ว เชฟฟิลด์ มักชนะคู่ต่อสู้ด้วย 1 ประตูในหลายครั้งแต่หากได้ดูสถิติคนยิงประตูมากที่สุดของทีมทั้ง Oliver McBurnie และ Lys Mousset เป็นดาวซัลโวร่วมด้วยเพียงแค่คนละ 6 ประตู อย่างไรก็ตาม Chris Wilder ก็ได้เห็นถึงปัญหาตรงนี้จึงยอมทุบสถิติสโมสรคว้ากองหน้าอนาคตไกล Rhian Brewster จากลิเวอร์พูลด้วยค่าตัว 23.5 ล้านปอนด์ (ราว 940 ล้านบาท) เข้ามาเสริมทีมเพื่อเข้ามาตอบโจทย์การทำประตูของทีมแต่เจ้าตัววัยรุ่นคนนี้ก็ยังต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหาทีมกันต่อไป

มันแน่นอนอยู่แล้วว่าหากดาวซัลโวของสโมสรสามารถทำได้เพียง 6 ประตูต่อฤดูกาลเป็นจุดที่ต้องมีการพัฒนาปรับปรุงโดยเฉพาะในระบบการแข่งขันที่สูงอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเราจะสังเกตุได้ว่าการทำประตูของเชฟฟิลด์มาจากผู้เล่นหลายๆ คนในทีมโดยรวม จาก Enda Stevens, John Egan, Billy Sharp, และ John Lundstram ล้วนช่วยกันยิงเป็นประจำแต่กลับไม่เจอหลังตะข่ายกันเลยในฤดูกาลนี้ บวกกับแนวรับที่พุพังลงจากการขาดผู้เล่นสำคัญ ทำให้เวลาทีมนำก่อนไม่สามารถรักษามันเอาไว้ได้และในบางครั้งก็พลิกกลับมาแพ้อย่างในเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล และ เชลซี เป็นต้น

Second Season Syndrome

Second Season Syndrome เป็นเหมือนคำสาปที่ทีมน้องใหม่ขึ้นมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีกแล้วไม่สามารถแสดงฟอร์มที่คงเส้นคงวาได้และจบด้วยการตกชั้นหรือหนีตกชั้นในฤดูกาลถัดมา ที่ตอนนี้กำลังเกิดขึ้นกับ The Blades ทั้งนี้อาจเป็นเพราะในฤดูกาลแรกที่ทีมได้เลื่อนชั้นขึ้นมา ทีมน้องใหม่ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือ การอยู่รอดเพื่อสานความฝันในปีต่อไป ในทางกลับกันก็มี วูล์ฟแฮมป์ตัน ของ Nuno Espirito Santo ที่ทำลายคำสาปนี้โดยสิ้นเชิงจากการเลื่อนชั้นมาในปี 2018/19 และจบด้วยอันดับที่ 7 เช่นกันในฤดูกาลถัดมา

ตัวอย่างทีมที่เคยประสบ Second Season Syndrome

Charlton Athletic (ปี 2000-02)

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก: อันดับ 9 ด้วย 52 คะแนน

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2: อันดับ 14 ด้วย 44 คะแนน

ในฤดูกาลที่ 2 ชาร์ลตัน แอธเลติก เริ่มฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่งแต่จบฤดูกาลไร้ชัยใน 10 นัดสุดท้ายแต่ก็รอดโซนตกชั้น 8 คะแนน

Reading (ปี 2006-08)

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก: อันดับ 8 ด้วย 55 คะแนน

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2: อันดับ 18 ด้วย 36 คะแนน (ตกชั้น)

Kevin Doyle กองหน้า Reading
Kevin Doyle – ดาวยิง Reading
Source: InYourArea

หลังจากที่เริ่มฤดูกาลแรกได้อย่างดี กองหน้าตัวเก่งของทีม Kevin Doyle ยิงไป 13 ประตูและได้รับการเสนอชื่อเป็น PFA Young Player of the Season เรดดิ้ง พลาดการไปเล่นรายการบอลยุโรปอย่างน่าเสียดายด้วยเพียงแค่แต้มเดียว (เริ่มคุ้นๆ) แต่ในฤดูกาลที่ 2 ทีมก็ได้เสียผู้เล่นตัวสำคัญ Steve Sidwell ไปให้กับเชลซีและตกชั้นในที่สุดหลังจากแพ้ 8 นัดรวดเป็นสถิติของสโมสร

Ipswich Town (ปี 2000-02)

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก: อันดับ 5 ด้วย 66 คะแนน

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ 2: อันดับ 18 ด้วย 36 คะแนน (ตกชั้น)

Marcus Stewart กองหน้า Ipswich Town
Marcus Stewart – ดาวยิง Ipswich Town
Source: Planet Football

ในฤดูกาลแรก อิปสวิช โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งจากการแบกทีมของดาวยิง Marcus Stewart ที่เหมาคนเดียว 19 ประตูในฤดูกาลทำให้ทีมได้ไปเล่นรายการบอลยุโรป แต่หลังจากเริ่มฤดูกาลที่ 2 อิปสวิช สามมรถเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวก่อนปลายธันวาคมบวกกับการชนะแต่นัดเดียวจาก 13 นัดสุดท้ายทำให้ต้องตกชั้นไปในฤดูกาลถัดมา

เชฟฟิลด์นั้นแสดงศักยภาพของความเป็นทีมได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะคืนฟอร์มเดิมด้วยความคาดหวังของแฟนบอลที่มากขึ้น ในพรีเมียร์ลีกมีเพียงไม่กี่ทีมที่สามารถฮึดฟอร์มเก่งในฤดูกาลที่ 2 หลังจากการเลื่อนชั้นขึ้นมาอย่างที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เคยทำได้สำเร็จ วันอาทิตย์นี้เชฟฟิลด์จะเปิดบ้านต้อนรับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลา 21.00 น. The Blades จะเก็บชัยชนะนัดแรกได้หรือไม่?​

เว็บพนันแนะนำ
4.8 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 10,000 บาทสำหรับสมาชิกใหม่
4.5 rating
ใส่รหัส 1x_434699 รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
สมาชิกใหม่รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
เว็บหวยแนะนำ
23 July 2021
16 June 2021
19 October 2020
28 September 2020
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM 2022