แฟนบอลยังจำช่วงเวลาที่ฟุตบอลยังไม่มีการใช้ VAR ได้อยู่ไหม? เมื่อตอนที่ทุกคำตัดสินของผู้ตัดสินในสนามถือเป็นคำขาดและไม่มีใครโต้เถียงอะไรได้ ซึ่งมักตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในภายหลังหากเกิดข้อผิดพลาดอันชัดเจน แน่นอนว่าการแนะนำระบบวิดีโอผู้ช่วยตัดสิน หรือ Video Assistant Referee เข้าสู่วงการฟุตบอลอย่างเต็มตัวเป็นอะไรที่เราทุกคนรู้ดีว่าจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว หลังจากที่กีฬาฟุตบอลอยู่กับการตัดสินที่ผิดพลาดมาเป็นร้อยปี แน่นอนว่าแฟนบอลเริ่มต้องการวิธีแก้ไขที่ทำให้การแข่งขันมันโปร่งใสมากขึ้น การเข้ามาของระบบนี้จึงได้กลายมาเป็นตัวรับประกันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ตัดสินพลาดชัดเจนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ในความเป็นจริงแล้ว วีเออาร์ ได้สร้างปัญหาที่ตามมาในเรื่องของการใช้งาน (จะใช้เมื่อไหร่ ไม่ใช้เมื่อไหร่) บางครั้งการตัดสินผ่านระบบวีเออาร์นั้นไม่มีการใ้ห้คำตอบหรือเหตุผลที่ชัดเจนให้ผู้ชมและนักกีฬาเองได้เข้าใจ มันจึงผันตัวเป็นเครื่องมือไฮไลท์ความขัดแย้งในเรื่องของการใช้งานของมันและกลายเป็นปัญหาในกีฬาฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เรามาดูกันว่า Video Assistant Referee นั้นทำงานอย่างไร? และปัญหาในการใช้งานมันมีอะไรบ้าง? 

การเข้ามาของเทคโนโลยีกับวงการฟุตบอล

ระบบตรวจจับ Goal-line technology
ระบบตรวจจับ Goal-line technology
Source: Sky

ก่อนที่เราจะมาพูดถึงระบบช่วยตัดสินทางวิดีโอ วงการฟุตบอลได้นำเทคโนโยลีเข้ามาทดลองกับเกมอยู่บ้างแล้ว ซึ่งมันได้เข้ามาปรับปรุงเกมและเติมเต็มในเรื่องการตัดสินให้ดีขึ้น ความสำเร็จของเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนที่เราจะหันมาใช้ Video Assistant Referee ในปี 2019 เมื่อปี 2014 บอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้นำระบบ Goal-line Technology เข้ามาเพื่อตรวจจับเมื่อลูกบอลได้ข้ามเส้นประตูไปแล้วและลูกยิงของ Edin Dzeko ระหว่างเกมพบ คาร์ดิฟ เป็นครั้งแรกที่ผู้ตัดสินให้ประตูจากการช่วยเหลือของเทคโนโลยี จากนั้นมาแฟนบอลก็เห็นว่าเทคโนโลยีมันเป็นเรื่องที่ดี ทำให้เกมมันแฟร์มากขึ้นและสามารถช่วยผู้ตัดสินได้ในจังหวะที่ไม่ชัดเจน ตัวอย่างการใช้ระบบ goal-line นี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะแทบจะไม่มีข้อผิดพลาดเลย แต่มาในปี 2020 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถูกปฏิเสธการให้ประตูในนัดที่เจอกับ แอสตัน วิลล่า เนื่องจากข้อขัดข้องของเทคโนโลยี goal-line นับว่าเป็นข้อผิดพลาดครั้งแรกตั้งแต่ใช้ระบบนี้มา สถิตินี้ทำให้เราในฐานะแฟนบอลเห็นว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้กับฟุตบอลนั้นจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีและนำมาสู่ความยุติธรรมในสนามมากขึ้น แล้วสำหรับวีเออาร์ล่ะ ทำไมแฟนบอลถึงบ่นและวิพากษ์วิจารณ์หนักขนาดนี้?​ ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าระบบวีเออาร์นั้นทำงานอย่างไร

VAR ทำงานอย่างไร? 

VAR - video assistant referee
Video Assistant Referee
Source: Shutterstock
  1. เกิดเหตุการณ์ที่ผู้ตัดสินบอกให้ผู้ช่วยทางวิดีโอเข้ามาตรวจสอบและแนะนำผู้ตัดสินในสนาม
  2. กลุ่มผู้ตัดสินวิดีโอประเมินเหตุการณ์แล้วแจ้งไปที่ผู้ตัดสินในสนาม อธิบายให้ผู้ตัดสินฟังอย่างละเอียดหลังจากดูวิดีโอภาพช้า
  3. ผู้ตัดสินในสนามสามารถเลือกที่จะเข้าไปดูภาพช้าด้วยตัวเองจากจอข้างสนาม หรือ ใช้คำแนะนำจากกลุ่มผู้ตัดสินวิดีโอเพื่อตัดสินใจไปเลย

VAR จะถูกใช้ตอนไหน?

การใช้วิดีโอช่วยในการตัดสินจะเกิดขึ้นใน 4 กรณีด้วยกัน โดยนับเป็นเหตุการณ์ที่เป็นข้อผิดพลาด (Clear and obvious error) และสามารถส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนเกมนั้นๆ

การยิงประตู (Goals)

ระบบVAR จะเข้ามาช่วยตรวจสอบการทำประตูให้กับผู้ตัดสิน และดูรายละเอียดว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ไม่นับเป็นประตู เช่น มีเหตุการณ์แฮนด์บอล หรือ ล้ำหน้า ก่อนที่จะมาเป็นประตูหรือไม่?​

การให้ (หรือไม่ให้) จุดโทษ (Penalties)

ระบบวิดีโอจะช่วยตรวจสอบให้ผู้ตัดสินเพื่อดูว่าเหตุการณ์นั้นๆ เหมาะกับการให้จุดโทษหรือไม่ มีการทำฟาวล์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ อยู่ในกรอบเขตโทษหรือเปล่า และตรวจสอบว่ามีการปะทะแบบไม่โดนลูกบอลจริง

จังหวะให้ใบแดง (Direct red card incidents)

วีเออาร์ จะเข้ามาตรวจสอบจังหวะให้ใบแดงเพื่อไม่ให้เป็นการตัดสินที่ผิดพลาดของผู้ตัดสิน ในบางนัดเราได้เห็นบทบาทของ วีเออาร์ ที่เข้ามาเปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบแดง หรือจากใบแดงกลับมาเป็นใบเหลืองแทน

การดูผู้เล่นผิดคน (Mistaken Identity)

จะเกิดการตรวจสอบขึ้นเมื่อผู้ตัดสินมีการแจกใบเหลืองหรือใบแดงให้กับผู้เล่นผิดคนหรือไม่แน่ใจว่าผู้เล่นคนไหนควรรับใบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดในกรณีที่ Kieran Gibbs โดนไล่ออกแทน Alex Oxlade-Chamberlain เพราะผู้ตัดสินเข้าใจผิด 

ปัญหาของ VAR

4 เหตุการณ์ข้างต้นล้วนขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและการตัดสินใจของมนุษย์อยู่ดี วีเออาร์แค่เป็นส่วนประกอบช่วยตัดสินเท่านั้น เมื่อต้องมีการตัดสินใจจากมนุษย์มักนำมาสู่ข้อผิดพลาดเสมอและเพราะเหตุนี้มันจึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอ แต่เราต้องเข้าใจว่าสำหรับ ระบบVAR นั้น มันเป็นระบบถูกนำไปใช้กับเหตุการณ์ที่กว้างขึ้น (ต่างจาก Goal-line ที่ตรวจแค่ลูกบอลข้ามเส้นหรือไม่) และในบางครั้งอาจไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะยังคงอาศัยการตัดสินใจของผู้เห็นเหตุการณ์หรือการประเมินจากผู้ตัดสินอยู่ดี ส่วนเทคโนโลยีมันแค่เข้ามาให้การตัดสินใจมันง่ายขึ้นเท่านั้น

แฟนบอลทีม คริสตัล พาเลซ ชูป้ายประท้วงให้ยกเลิกระบบ VAR
แฟนบอลทีม คริสตัล พาเลซ ชูป้ายประท้วงให้ยกเลิกระบบ VAR
Source: The Athletic

แต่ความคาดหมายของแฟนบอลอย่างเราต้องการจะให้มันเข้ามาแก้ปัญหาการตัดสินให้ทั้งหมดและเป็นเกมที่ไม่มีข้อผิดพลาดอีกต่อไป เมื่อมีเหตุการณ์ที่มีวีเออาร์แต่ยังตัดสินพลาด แฟนบอลมักเข้าไปถล่มโซเชี่ยล (#VAROUT) เพื่อให้ล้มเลิกระบบนี้ในเมื่อไม่เห็นประโยชน์ของมัน ในอีกแง่หนึ่งการต้องหยุดตรวจเช็คเหตุการณ์ระหว่างเกมมันทำทำลายจังหวะของฟุตบอล จากเดิมที่ไหลลื่นตลอด 90 นาทีต้องมาหยุดชะงักอยู่บ่อยๆ และทำลายบรรยากาศของแฟนๆ และผู้เล่น

แบบสำรวจการใช้ระบบVAR ต่อไปของแฟนบอล
Source: Sky Sports

อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นแบบสำรวจจาก YouGov ที่แสดงให้เห็นว่าแฟนบอลส่วนใหญ่เห็นว่าระบบVAR เป็นเรื่องที่ดี แต่แค่ยังนำมาใช้แบบไม่ถูกต้อง โดยกว่า 70% ของผู้คนต้องการให้ใช้ต่อไปแต่ต้องมีการปรับเปลี่ยน

ปัญหาของกฎฟุตบอลที่ VAR ได้แสดงออกมา

จะว่าไปแล้วกลายเป็นปัญหาของการใช้ระบบ Video Assistant Referee คือการที่กฎฟุตบอลได้เปลี่ยนมาเพื่อให้เข้ากับเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้นมากกว่า ยกตัวอย่างได้จากฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่ IFAB ได้เปลี่ยนกฎแฮนด์บอลใหม่ เพื่อให้ง่ายขึ้นต่อการใช้วีเออาร์ตัดสิน สิ่งที่ตามมาคือลีกฟุตบอลทั่วยุโรปเสียจุดโทษจากลูกแฮนด์บอลมากขึ้นอย่างชัดเจน ถึงแม้จะเป็นแบบไม่ตั้งใจหรือ Unintentional ก็ตาม พอมาถึงฤดูกาล 2020/21 นี้ ทางสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (FIFA) ได้สนับสนุนให้พรีเมียร์ลีกอังกฤษได้หันมาใช้ผู้ช่วยตัดสินวิดีโอและนำมาสู่การเสียจุดโทษจากลูกแฮนด์บอลเพิ่มขึ้นเช่นกัน 

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วระบบVAR ไม่ใช่ตัวปัญหาแต่มันเป็นดาบสองคมที่กลับไฮไลท์ปัญหาของกฎฟุตบอลและการพิจารณาตัดสินของกรรมการ ยกตัวอย่างกฎแฮนด์บอลที่ต้องคำนึงถึง ความตั้งใจของผู้เล่นในการใช้ส่วนแขนหรือมือใช้อะไรวัด? แขนผู้เล่นต้องกางออกมาเยอะแค่ไหนถือเป็นการทำตัวให้ใหญ่ขึ้น? ส่วนแขนเริ่มนับตั้งแต่ตรงไหน?  คำตอบของทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ตัดสินและไม่มีคำตอบที่ตายตัว (Subjective) จึงทำให้มีช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีกับการนำมาใช้ตัดสินของมนุษย์

เว็บพนันแนะนำ
4.5 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
4.3 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 2,000 บาท
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM