เบลเยี่ยม เป็นประเทศเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของยุโรปที่มีประชากรราว 12 ล้านคน ในวงการฟุตบอล พวกเขามักถูกมองข้ามและบดบังโดยมหาอพนาจของกีฬาอย่าง บราซิล ฝรั่งเศส อิตาลี และ เยอรมัน แต่ในทศวรรษหลังมานี้ The Red Devils ได้กลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่าจับตามองที่สุดทีมหนึ่งและถูกจัดอันดับอยู่ในท็อป 3 จาก FIFA อันดับของเบลเยี่ยมนั้นพุ่งกระฉูดเพราะพวกเขาได้ก้าวเข้าสู่ยุคทอง (Golden Generation) อย่างเต็มตัว ถูกนำโดยผู้เล่นระดับโลกอย่าง Kevin De Bruyne, Eden Hazard, Vincent Kompany, และ Romelu Lukaku เรามาดูกันว่า ทำไมประเทศเล็กๆ อย่าง เบลเยี่ยมถึงได้กลายเป็นบ่อกำเนิดนักฟุตบอลระดับโลกได้เยอะขนาดนี้? 

เบลเยี่ยมในยุค 1980s

ทีมเบลเยี่ยมในบอลยูโร 1980
ทีมเบลเยี่ยมในบอลยูโร 1980
Source: Foot The Ball

เราต้องย้อนกลับเมื่อช่วงปี 1980s ที่นับว่าเป็นยุคทองของเบลเยี่ยมยุคแรก ในแง่ของฟุตบอล ทุกอย่างดูเหมือนจะไปในทิศทางที่สดใส พวกเขาเข้าถึงนัดชิง บอลยูโร 1980 และฝ่าไปถึงรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลกปี 1986 นับว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจมากๆ เมื่อเทียบกับจุดพีคของยักษ์ใหญ่สมัยนั้นอย่าง เยอรมันตะวันตก อาร์เจนติน่า และอังกฤษ แต่ผ่านมาเป็นเวลาไม่กี่ปี พอเข้าสู่ยุคปี 1990s พวกเขาได้ทรุดลงอย่างเห็นได้ชัดและผ่านเข้ารอบคัดเลือกบอลทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แค่ 4 ครั้งจาก 11 และผ่านรอบแบ่งกลุ่มเพียงแค่ 2 ครั้ง ก่อนที่บอลเบลยี่ยมเริ่มมีการปฏิวัติใน บอลยูโรปี 2000 หลังจาก The Red Devils ตกรอบแบ่งกลุ่มในฐานะเจ้าภาพ ในขณะที่ เนเธอร์แลนด์ (เจ้าภาพร่วม) ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

หลังจากที่ตกรอบอย่างน่าอาย ทางสมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม (KBVB) ก็ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่นำมาสู่การพัฒนาฟุตบอลเบลเยี่ยมตั้งแต่รากฐานที่นำมาสู่ยุคทองของทีมชาติเบลเยี่ยมในปัจจุบันนำทัพโดย Michel Sablon ที่ตอนนั้นดำรงค์ตำแหน่ง technical director หลังจากที่ Michel ได้ศึกษาการพัฒนาทีมเยาวชนในรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เขาได้ตัดสินมุ่นเน้นการพัฒนาการศึกษาของโค้ชฟุตบอลและการพัฒนาตั้งแต่รุ่นเยาวชนในระดับสโมสร โดยใช้เม็ดเงินที่ได้จากการเป็นโฮสบอลยูโรปี 2000 เข้ามาเป็นงบประมาณในการพัฒนา

Michel Sablon - ผู้วิวัฒนาการฟุตบอลเบลเยี่ยม
Michel Sablon – ผู้วิวัฒนาการฟุตบอลเบลเยี่ยม
Source: TNP.sg

การเพิ่มอัตราโค้ชฝึกสอน

หนึ่งในช่องทางในการผลักดันฟุตบอลเบลเยี่ยมคือการเปิดสอนคอร์สโค้ชฟุตบอลระดับเบื้องต้นแบบฟรีๆ ทำให้มีผู้คนสมัครเข้ามาอย่างล้นหลาม เป็นผลให้ตัวประเทศผลิตโค้ชบอลที่มีคุณภาพไปทั่วทั้งประเทศและทำให้เด็กๆ เข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้จากแหล่งที่ดีได้ง่ายขึ้น 

การเพิ่มชั่วโมงฝึกซ้อม

อีกหนึ่งช่องทางที่ถูกวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา Werner Helsen ได้ตระหนักถึงความสำคัญของชั่วโมงบินของผู่เล่นเยาวชนที่ได้รับน้อยเกินไป จากการศึกษาวิจัยได้นำเสนอว่า ผู้เล่น 1 คนจะต้องฝึกซ้อมกว่า 10,000 ชั่วโมงถึงจะพัฒนาได้สูงสุด ดังนั้นทางสมาคมจึงได้ปรับหลักสูตรให้เพิ่มชั่วโมงในการซ้อมจากเดิมที 10-12 ชั่วโมงหลังเลิกเรียนต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็น 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แทน

การช่วยเหลือจากรัฐบาล

นอกจากนี้แล้ว ทางรัฐบาลเบลเยี่ยมได้ช่วยอัดฉีดเงินหลายล้านยูโรเพื่อก่อตั้งและพัฒนา 8 โรงเรียนกีฬาทั่วประเทศ ในโรงเรียนกลุ่มนี้ ผู้เล่นทุกคนที่มีอายุ 14-18 ปี จะได้รับการฝึกซ้อมพิเศษทุกวัน วันละ 3 ชั่วโมงเพิ่มเข้าไปจากเดิมบวกกับการฝึกซ้อมที่อะคาเดมี่อยู่แล้วเพื่อให้ถึงเป้าการซ้อม 20 ชั่วโมง ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนหลักสูตรดังกล่าวได้กำเนิดนัดเตะรุ่นใหม่จากโรงเรียนเหล่านี้อย่าง Dries Mertens, Axel Witsel, Thibaut Courtois, Moussa Dembele และ Kevin de Bruyne

Dries Mertens Kevin de Bruyne และ Romelu Lukaku ผู้เล่นที่กำเนิดจากหลักสูตรใหม่
Dries Mertens Kevin de Bruyne และ Romelu Lukaku ผู้เล่นที่กำเนิดจากหลักสูตรใหม่
Source: Brussel Times

Leuven Project

หากเราจะพูดถึงความสำเร็จในการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนของเบลเยี่ยม เราจะไม่สามารถละเลยโปรเจ็กต์ Leuven ของ Sablon ได้ ย้อนไปเมื่อต้นปี 2000s ฟุตบอลกับวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นอะไรที่แยกตัวออกจากกัน แต่ทุกอย่างก็ได้เริ่มวิวัฒนาขึ้นเมื่อ Sablon ได้นำทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Katholieke Universiteit Leuven ให้ศึกษาและวิจัยของเยาวชนจากการดูวิเคราะห์การแข่งขันบอลของเด็กๆ ราว 1,500 นัดทั่วประเทศ ผลวิจัยกลับออกมาว่า เด็กๆ มักมุ่งเน้นแต่จะเก็บชัยชนะและตารางคะแนนอย่างเดียว ทำให้โค้ชทีมเยาวชนจำเป็นต้องเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดลงเล่นเท่านั้น จึงทำให้เด็กหลายกลุ่ม (ที่ไม่ได้เป็นตัวจริง) ต้องมาติดอยู่บนม้านั่งสำรองตลอดเวลา ส่งผลให้เริ่มเบื่อและอยากออกจากทีมหรือทิ้งกกีฬาฟุตบอลไปเลย นอกจากนี้แล้ว ผู้เล่นที่มักถูกเลือกลงเล่นในวัยเด็กมักจะเป็นเด็กที่โตหรือตัวใหญ่กว่าเพื่อน ด้วยเหตุผลนี้ Sablon จึงยกเลิกการแข่งขันแบบเก็บคะแนนตั้งแต่ชุด U14 ลงไปและมุ่งเน้นการพัฒนาฝีเท้าซะมากกว่า 

เพิ่มความมั่นใจในการเล่นบอล

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในผลวิจัยครั้งนี้ คือ จำนวนครั้งที่ผู้เล่นวัยเด็กได้สัมผัสบอลในสนามที่น้อยมากเมื่อเทียบกับในสนามซ้อม ในการแข่งขันบอล 11 คน บางกรณีจะมีผู้เล่นบางคนที่ได้สัมผัสบอลเพียงแค่ 10 ครั้งตลอดทั้งเกม ซึ่งไม่ช่วยเรื่องความมั่นใจและการพัฒนาของเด็กเท่าไหร่นัก เขาจึงได้เริ่มปรับให้เล็กลงเป็นการแข่งแบบ 5v5 และ 8v8 เพื่อให้ผู้เล่นทุกคนได้มีโอกาสได้เล่นกับบอลมากขึ้น การที่ลดอัตราผู้เล่นลงมันช่วยให้ผู้เล่นทุกคนมีความ versatile และมั่นใจเมื่อต้องรับ เลี้ยงและเล่นบอล รวมถึงการได้ฝึกซ้อมสถานการ์ 1v1 อีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการกระตุ้นความครีเอทีฟและความเป็นอิสระในสนาม 

การเปลี่ยนระบบการเล่น

เดิมทีแล้วทีมทั่วเบลเยี่ยมมักนิยมเล่นในระบบ 3-5-2 หรือ 4-4-2 แต่ Sablon ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสไตล์การเล่นของ Johan Cruyff ที่ Ajax เชื่อว่าการเปลี่ยนมาเล่นระบบ 4-3-3 นั้นเหมาะที่สุดเพราะจะก่อให้เกิดสามเหลี่ยม (Passing triangle) ระหว่างกองกลางและกองหลัง ในขณะที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้กับตัวริมเส้นได้ 1v1 กับคู่แข่ง จนในภายหลังเกือบทุกทีมในลีกเบลเยี่ยมได้เปลี่ยนมาใช้แผน 4-3-3 แทน

การส่งออกพรสวรรค์

เมื่อบอลโลกปี 2006 11 ตัวจริงของเบลเยี่ยมประกอบไปด้วยผู้เล่นเพียงสองคนที่เล่นอยู่ในลีกนอกประเทศ ถึงแม้ว่า Belgian Jupiler League จะมีมาตรฐานที่ดี แต่การส่งออกพรสวรรค์เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกประเทศมักช่วยในเรื่องของการพัฒนาผู้เล่นได้ดียิ่งขึ้น ในปัจจุบัน ทีมเบลเยี่ยมชุดนี้มีแต่ผู้เล่นที่อยู่ในลีกระดับท็อปของโลก (โดยเฉพาะ 5 ลีกหลักของยุโรป) ทำให้ผู้เล่นชุดนี้คุ้นชินกับการแข่งขันกันผู้เล่นระดับโลกในระดับสโมสร ผลสืบเนื่องจากการวิวัฒนาการ Sablan ได้แสดงออกชัดเจนเมื่อบอลโลก ปี 2014 ที่เบลเยี่ยมเข้ารอบตัดเชือกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มและเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนที่จะพ่ายให้ อาร์เจนติน่า ผู้เข้าชิงในปีนั้น ต่อมาในบอลโลก 2018 พวกเขาผ่านเข้ารอบฉลุยด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม แถมเอาชนะตัวเต็งอย่างบราซิลในรอบตัดเชือกเพื่อเข้าสู่รอบรองชนะเลิศก่อนที่จะมาแพ้ให้กับกับแชมป์ปีนั้น ฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศ ในบอลโลกปีนั้น พวกเขาได้จบอันดับที่ 3 และถึงแม้ว่าจะไม่ได้แชมป์อะไรติดมือกลับมาก็ตาม แต่มันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการพัฒนาทีมของพวกเขาได้ผลอย่างเห็นได้ชัด แฟนๆ Red Devils ยังคงต้องรอต่อไปและมาช่วยลุ้นกันว่าพวกเขาจะเข้าไปได้ลึกแค่ไหนในศึกบอลยูโรครั้งนี้ 

เบลเยี่ยมใน บอลยูโร 2020

ชุดทีมชาติเบลเยี่ยมในปัจจุบัน
ชุดทีมชาติเบลเยี่ยมในปัจจุบัน
Source: aa.com

ขณะนี้ Belgian Red Devils กับยุคทองของพวกเขาได้ผ่านฉลุยเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยกันเป็นแชมป์กลุ่ม พวกเขายิงไปได้ถึง 7 ประตูใน 3 นัดและเสียแค่ประตูเดียวเท่านั้น โดยมีดาวยิง Romelu Lukaku เป็นดาวซัลโวทีมตอนนี้ด้วย 3 ประตูใน 3 นัด ในนัดต่อไป เบลเยี่ยมจะต้องดวลกับแชมป์ยูโรเก่า โปรตุเกส ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันอาทิตย์ เวลา 02.00 น. ดูโปรแกรมบอลยูโร

ขอบคุณข้อมูลจาก Football Made Simple

เว็บพนันแนะนำ
4.5 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
4.3 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 2,000 บาท
เว็บหวยแนะนำ
23 July 2021
16 June 2021
19 October 2020
28 September 2020
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM