หลังจากที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ 2020/21 ได้เริ่มเตะอย่างเป็นทางการ ปีนี้เราได้เห็น ลูกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกลูกใหม่จากค่าย Nike ที่มีชื่อว่า Nike Flight Ball เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน หลังจากเปิดฤดูกาลใหม่ไปได้แค่นัดเดียว บอลพรีเมียร์ลีกก็ได้ทำลายสถิติการยิงประตูมากที่สุด ด้วย 44 ประตูใน Matchday ที่ 2 โดยมีทั้งหมด 3 คู่ด้วยกันที่มีการยิงประตูอย่างต่ำ 7 ลูก ถือเป็นเพียงครั้งที่ 3 ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1992 ทั้งนี้ทำให้มีนักวิจารณ์บอลหลายคนได้คาดว่าจำนวนประตูที่เพิ่มขึ้นอาจเกิดจากผลกระทบของลูกฟุตบอลตัวใหม่ของ Nike เราจึงอยากชวนให้มาอ่านเบื้องหลังและนวัตกรรมของการออกแบบฟุตบอลลูกนี้ ว่ามันมีความเป็นไปได้ไหมที่จะส่งผลต่อการยิงประตูที่มากขึ้น

นวัตกรรม ลูกฟุตบอล Nike Flight Ball

การออกแบบของลูกบอล Nike Flight เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง Nike ประกาศออกมาว่าได้ใช้เวลาในการวิจัยทั้งหมดกว่า 1,700 ชั่วโมง ทดลองลูกบอลทั้งหมด 68 เวอร์ชั่น ร่วมมือกับนักเตะ 30 คนและนวัตกกรรม AI Robot Leg อีกหนึ่งเครื่อง ก่อนที่จะได้คำตอบว่า ลูกฟุตบอลที่ดีที่สุดนั้นคือลูกที่ “มีไฟลท์ที่คงเส้นคงวาและสม่ำเสมอที่สุด” ทีมงานของ Nike จึงนำเทคโนโลยี AerowSculpt ที่เพิ่มร่องอากาศเข้ามาบนผิวลูกบอลเพื่อป้องกันการเกาะตัวของอากาศ Nike Flight เป็นลูกบอลที่เพิ่มความเสถียรเมื่อมีการเคลื่อนที่ในอากาศทำให้เข้าถึงเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น 30% (Truer Flight) เมื่อเทียบกับ Nike Merlin ที่ใช้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว Nike Flight Ball ตัวใหม่นี้ใช้หลักการเดียวกับการออกแบบของลูกกอลฟ์ที่มีรู (Dimples) โดยจากผลวิจัย ลูกกอล์ฟที่มีรู Dimples สามารถเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่าลูกกอล์ฟแบบเรียบได้ถึง 2 เท่าและมีความแม่นยำที่สูงกว่า

nike flight ball
Nike AerowSculpt Technology – Engineered for Precision Flight

จากการวิจัยของทีมงานไนกี้ การเพิ่มร่องลมบนพื้นผิวของลูกบอล Nike Flight ให้ลูกบอลมีความ Aerodynamic หรือมีความคล่องตัวสูงเมื่ออยู่ในอากาศ โดยก่อนหน้านี้ ลูกบอลที่มีพื้นผิวที่เรียบจะมีความไม่แน่นอนและไม่แม่นยำเมื่อต้องเดินทางในอากาศ เนื่องจากวิธีของลูกบอลอาจถูกบิดเบือนเพราะมีการแทรกแซงของลมที่เกาะตัวบนผิวลูก ทำให้การเคลื่อนที่นั้นแปรปรวนตามสภาพของอากาศ ด้วยเทคโนโลยีใหม่สุดจากไนกี้ ที่ใช้ออกแบบลูกบอล Nike Flight ให้มีร่องบนตัวผิวของลูกบอลจะทำให้ลมไม่สามารถเกาะบนผิวของลูก ส่งผลให้การเคลื่อนตัวของลูกฟุตบอลในอากาศมีความแม่นยำขึ้น ที่อาจเห็นได้ชัดเจนสุดจากลูกโยน ลูกฟรีคิก และลูกยิงไกลในฟุตบอล โดยตามทฤศฎีแล้ว ลูกยิงไกล จะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยี AerowSculpt มากที่สุด และในฤดูกาล 2020/21 นี้ ได้มีการทำประตูจากนอกกรอบเขตโทษไปแล้ว 8 ประตู เฉลี่ยที่ 0.42 ประตู ต่อนัด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยของ 3 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ (0.35) ประมาณ 15%

ลูกฟุตบอล Nike Flight ของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21
Nike Flight Ball
Premier League 2020/21

การเปิดตัวของ Nike Flight ฤดูกาลนี้ ทำให้แฟนบอลพรีเมียร์ลีกอาจเห็นการยิงประตูที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อนๆ หลังจากแข่งไป 38 นัดมีการยิงประตูไปแล้ว 144 ประตู เฉลี่ยที่ 3.79 ประตูต่อนัด

สถิติการยิงประตูเฉลี่ยต่อนัดในพรีเมียร์ลีก

  • พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020/21 : 3.79 ประตู ต่อนัด
  • พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 : 2.72 ประตู ต่อนัด
  • พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018/19 : 2.82 ประตู ต่อนัด
  • พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017/18 : 2.68 ประตู ต่อนัด

สถิติการยิงประตูเฉลี่ยต่อนัด เทียบกับ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป

ลีกประตูเฉลี่ยต่อนัดจำนวนนัดที่เล่นจำนวนประตูทั้งหมด
ลีกเอิง 2020/212.6 ประตู50 นัด130 ประตู
พรีเมียร์ลีก 2020/213.79 ประตู38 นัด144 ประตู
ลาลีกา 2020/212.6 ประตู24 นัด63 ประตู
บุนเดสลีกา 2020/213.5 ประตู18 นัด63 ประตู
เซเรียอา 2020/213.4 ประตู17 นัด58 ประตู
สถิติวันที่ 7 ตุลาคม 2020

วิดีโอเบื้องหลังการออกแบบ Nike Flight Ball

ลูกฟุตบอลที่ใช้ในพรีเมียร์ลีกทั้งหมด

บอลพรีเมียร์ลีกได้เปลี่ยนมาใช้ลูกฟุตบอลของไนกี้เป็นลูกเตะอย่างเป็นทางการตั้งแต่ฤดูกาล 2000/01 รูปภาพด้านล่างแสดงโฉมของลูกบอลแต่ละลูกที่ใช้ในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ก่อนตั้งขึ้นในปี 1992

ลูกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด
ลูกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกทั้งหมด
Source: Goal.com