และแล้ว ตลาดซื้อขายนักเตะ รอบหน้าหนาวเดือนมกราคมก็ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ จะบอกว่าปีนี้การซื้อตัวในตลาดรอบนี้ถือว่าเป็นปีที่เงียบมากๆ และแทบไม่มีการเซ็นผู้เล่นบิ๊กเนมเข้ามาสู่ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เลยซะทีเดียว จะว่าไปดีลที่น่าตื้นเต้นที่สุดในวัน Deadline Day น่าจะเป็นด้านของกองหน้าชาวอังกฤษ Joshua King ย้ายจาก บอร์นมัธ มายัง เอฟเวอร์ตัน ของ Carlo Ancelotti และ Takimi Minamino กองกลางตัวรุกชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล ได้ย้ายไปเล่นให้กับ เซาแธมป์ตัน ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

ทำไม ตลาดซื้อขายนักเตะ รอบนี้ถึงเงียบกว่าปกติ?

ในวัน Deadline Day แบบนี้ปกติแล้ว แฟนบอลในพรีเมียร์ลีกจะนอนดึกคอยกด Refresh เพื่อลุ้นว่าทีมตัวเองได้เซ็นผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาบ้างไหม แต่ในปีนี้มีเพียงแค่ 3 ดีลที่เป็นการซื้อตัวถาวรเกิดขึ้นใน Deadline Day เท่านั้น หลายๆทีมเลือกที่จะใช้ออปชั่นการยืมตัวซะมากกว่า ถ้ามองภาพรวมแล้ว จำนวนเม็ดเงินที่ถูกใช้จ่ายในตลาดหน้าหนาวรอบนี้ถือว่าเป็นปีที่มีการใช้เงินน้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2012 โดยทีมจากพรีเมียร์ลีกได้ใช้เงินราว 68 ล้านปอนด์ในปีนี้เทียบกับ 188 ล้านปอนด์ในตลาดหน้าหนาวปีที่แล้ว ซึ่งนับได้ว่าการใช้จ่ายลดลงไป 64% ด้วยกัน 

ยอดการใช้เงินใน ตลาดซื้อขายนักเตะ รอบนี้น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2012
ยอดการใช้เงินในตลาดนักเตะรอบนี้น้อยที่สุดตั้งแต่ปี 2012
Source: BBC & Carteret Analytics

การคำนวณผลเสียหายในวงการฟุตบอลในปีนี้จาก Deloitte Money League 2021 ได้ข้อสรุปว่าท็อป 20 ทีมที่มั่งคั่งมากที่สุดคาดว่าจะมีรายได้ลดลงประมาณ 2 พันล้านยูโร เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการสูญเสียรายได้หลักของหลายสโมสรจากการหายไปของแฟนบอลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 และมีแนวโน้มว่าแฟนบอลจะไม่สามารถเข้าชมในสนามได้จนกว่าจะจบฤดูกาลนี้ (2020/21) อีกทั้งการสูญเสียรายได้ในด้านอื่นๆ เช่นลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเป็นต้น

สรุป ตลาดซื้อขายนักเตะ ทีมใหญ่พรีเมียร์

อาร์เซน่อล 

Martin Odegaard ย้ายไปมาเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล
Martin Odegaard ย้ายไปมาเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล
Source: Arsenal

ปืนใหญ่อาร์เซน่อล ได้เซ็นผู้เล่นเข้ามาเพิ่มเพียงแค่ 3 คนโดยมี Omar Rekik กองหลังดาวรุ่งจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่เข้ามาร่วมทัพแบบถาวร ในส่วนของ Mat Ryan ได้ยืมตัวเข้ามาจาก ไบรท์ตัน จนจบฤดูกาลเพื่อเป็นโกลมือสองให้กับ Bernd Leno และ Martin Odegaard ดาวรุ่งของสโมสร เรอัล มาดริด ที่เข้ามาทดแทน เมซุต โอซิล ที่ถูกยกเลิกสัญญาและย้ายไปเล่นให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ ในรอบนี้ Mikel Arteta ต้องการที่ปรับเปลี่ยนสโมสรโดยได้ปล่อยผู้เล่นทีมใหญ่ออกไปถึง 7 คน โดยมี

  1. Sead Kolasinac กลับ ชาลเก้ 04 ด้วยสัญญายิมตัวจนจบฤดูกาล
  2. William Saliba กลับลีกเอิงเพื่อไปเล่นให้กับ นีซ ด้วยสัญญายืมตัว
  3. Sokratis กองหลังตัวเก๋าได้กลับบ้านเกิดหลังถูกปล่อยฟรีให้กับ Olympiacos
  4. Mesut Ozil ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรวัยเด็ก เฟเนร์บาห์เช่
  5. Shkodran Mustafi เป็นอีกหนึ่งคนที่ถูกปล่อยให้กับ ชาลเก้ 04 แบบฟรีๆ
  6. Ainsley Maitland-Niles ได้ถูกปล่อยเก็บเวลกับ เวสต์บรอมวิช ด้วยสัญญายืมตัว
  7. Joe Willock ก็ถูกปล่อยออกไปด้วยสัญญายืมตัวเพื่อให้หาเวลาการเล่นที่มากขึ้นกับ นิวคาสเซิล

เชลซี

ตลาดซื้อขายนกเตะรอบนี้เราได้เห็นเชลซีปล่อยแต่ผู้เล่นส่วนเกินออกจากทีมรวมถึงการปลดกุนซือ Frank Lampard โดยมี Thomas Tuchel เข้ามาแทน อย่างไรก็ตามสิงห์บลูส์เชลซีได้มีการใช้จ่ายมากที่สุดในตลาดหน้าร้อนที่ผ่านมา ด้วยเงินราว 226 ล้านปอนด์ ในตลาดรอบนี้ได้มีการปล่อย Danny Drinkwater ออกไปด้วยสัญญายืมตัวให้กับ Kasimpasa) ในลีกตุรกี และ Fikayo Tomori ที่ถูก เอซี มิลาน ยืมไปใช้งานใน เซเรียอา 

เอฟเวอร์ตัน

สำหรับ The Toffees นั้นได้มีการเซ็นผู้เล่นหน้าใหม่แบบถาวรเข้ามาแค่คนเดียวคือ Joshua King จาก  บอร์นมัธ ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ ที่เหลือเป็นการปล่อยผู้เล่นออกจากทีมรวมถึง Cenk Tosun ที่กลับสโมสรเก่า Besiktas ด้วยสัญญายืมตัว กองหลังดาวรุ่ง Jonjoe Kenny ถูกปล่อยให้เก็บประสบการณ์กับ เซลติก จนจบฤดูกาล

ลิเวอร์พูล

Ben Davies เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล จาก Preston ด้วยค่าตัวราว 2 ล้านปอนด์
Ben Davies เซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล จาก Preston ด้วยค่าตัวราว 2 ล้านปอนด์
Source: Liverpool FC

หงส์แดงลิเวอร์พูลยังไม่ยกธงขาวง่ายๆ หลังคว้ากองหลังดาวรุ่งมา 2 ตัวในวัน Deadline Day เพื่อเข้ามาแทนที่ของ Virgil Van Dijk, Joe Gomez, และ Joel Matip ที่ล้วนประสบอาการบาดเจ็บ โดยได้นำเข้า Ben Davies จาก Preston ด้วยค่าตัวราว 2 ล้านปอนด์ และ Ozan Kabak ที่ยืมตัวมาจาก ชาลเก้ 04 พร้อมออปชั่นซื้อขาด 18 ล้านปอนด์หลังจบฤดูกาล นอกจากนี้แล้ว ลิเวอร์พูล ได้ปล่อยกองกลางตัวรุก Takimi Minamino ให้กับ เซาแธมป์ตัน ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล

แมนยู

ในตลาดรอบนี้ปีศาจแดง แมนยู ได้ซื้อตัวเข้ามาเสริมทัพแค่ตัวเดียว ดาวรุ่ง Amad Diallo จาก อตาลันต้า ด้วยการเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์ และได้ปล่อย Timothy Fosu-Mensah ให้เก็บประสบการณ์ใน บุนเดสลีกา กับ เลเวอร์คูเซ่น ส่วน Jesse Lingard ได้ร่วมทัพกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวหลังไม่มีโอกาสได้ลงเป็นตัวจริง 

แมนซิตี้

คงเป็นที่น่าแปลกใจสำหรับแฟนบอลหลายคนเมื่อเรือใบสีฟ้า แมนซิตี้ ของ Pep Guardiola ไม่มีการเสริมทัพในตลาดรอบนี้ถึงแม้ว่า Sergio Aguero จะได้รับอาการบาดเจ็บก็ตาม อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าแมนซิตี้นั้นมีทีมที่ค่อนข้างลงตัว ถึงแม้จะขาดกองหน้าตัวหลักของทีมยังสามารถขึ้นมาอันดับหนึ่งของ ตารางคะแนน แถมแข่งน้อยกว่าชาวบ้าน 1 นัด

การย้ายตัวที่ดีที่สุดในตลาดหน้าหนาว

Nemanja Vidic ย้ายจาก Spartak Moscow ไป แมนยู ในตลาดหน้าหนาวของปี 2006 ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ หนึ่งในการซื้อตัวใน ตลาดซื้อขายนักเตะ หน้าหนาว
Nemanja Vidic ย้ายจาก Spartak Moscow ไป แมนยู ในตลาดหน้าหนาวของปี 2006 ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์
Source: TalkSport
  1. Nemanja Vidic จาก Spartak Moscow ไป แมนยู ในตลาดหน้าหนาวของปี 2006 ด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์ กองหลังชาวเซิร์บคนนี้ได้กลายเป็นหัวใจหลักของทีมด้วยการเล่นมากกว่า 300 นัดให้กับปีศาจแดงแถมเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนยูอีก 5 สมัย
  1. Luis Suarez จาก Ajax ไป ลิเวอร์พูล ในตลาดหน้าหนาวปี 2011 หลังจากที่ทีมเสียกองหน้าตัวหลัก Fernando Torres ให้กับคู่อริร่วมลีกอย่าง เชลซี ด้วยค่าตัวราว 23 ล้านปอนด์ กองหน้าชาวอุรุกวัยเกือบพาทีมคว้าแชมป์สำเร็จด้วยการยิงไปทั้งหมด 82 ประตูในการเล่น 133 ครั้งให้กับหงส์แดงก่อนที่จะย้ายไป บาร์เซโลน่า
  1. Gary Cahill จาก Bolton Wanderers ไป เชลซี ในตลาดหน้าหนาวปี 2012 ด้วยค่าตัวแค่ 7 ล้านปอนด์ Cahill ได้กลายเป็นคู่หู John Terry ในแดนหลังและได้แชมป์ทุกรายการกับเชลซี รวมถึง แชมเปียนส์ลีก พรีเมียร์ลีก 2 สมัย ยูโรป้าลีก 2 สมัย และ FA Cup
  1. Philippe Coutinho จาก อินเตอร์ มิลาน ไป ลิเวอร์พูล ในปี 2013 ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์และได้กลายเป็นหัวใจของแนวรุกในถิ่น Anfield และได้เล่นภายใต้ทั้ง Brendan Rodgers และ Jurgen Klopp ก่อนที่จะย้ายไป บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 140 ล้านปอนด์ ซึ่งได้ปูทางให้กับการซื้อ Van Dijk, Fabinho และ Alisson Becker ของหงส์แดง
  1. Virgil van Dijk จาก Southampton to ลิเวอร์พูล ในปี 2018 ด้วยค่าตัวกองหลังที่สูงสุดในโลก (ณ ตอนนั้น) 75 ล้านปอนด์ Van Dijk ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของแนวรับลิเวอร์พูลและพาทีมประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์รายการแชมเปียนส์ลีกและ ถ้วยพรีเมียร์ลีก ในที่สุด
Virgil Van Dijk คว้าแชมป์รายการแชมเปียนส์ลีกกับ ลิเวอร์พูล ในปี 2019
Virgil Van Dijk คว้าแชมป์รายการแชมเปียนส์ลีกกับ ลิเวอร์พูล ในปี 2019
Source: Thailand.LiverpoolFC
  1. Pierre-Emerick Aubameyang ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาที่ถิ่น Emirates Stadium ในปี 2018 กับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวสโมสร 56 ล้านปอนด์ (ณ ตอนนั้น) และเป็นการเซ็นผู้เล่นคนที่สุดท้ายในยุคของ Arsene Wenger ปัจจุบัน โอบาเมยอง ได้กลายเป็นกัปตันทีมให้กับปืนใหญ่และเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ FA Cup ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาด้วยการยิงสองประตูคนเดียว