Federico Chiesa เหมือนถูกดลบันดาลมาให้ประสบความสำเร็จกับฟกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลอิตาเลี่ยน พ่อของเขา Enrico นับว่าเป็นตำนานของทีมชาติอิตาลีและเป็นตัวหลักแห่งความสำเร็จของ ปาร์ม่าและ ฟิออเรนติน่า ในช่วงปลายปี 90 ถึงต้นปี 2000s เรามาดูเส้นทางการไต่เต้าของ Fede Chiesa จากดาวรุ่งวัย 23 ปี สู่ซูเปอร์สตาร์ตัวแบกของทีมชาติและหนึ่งในผู้เล่นที่ติดทีมยอดเยี่ยมรายการ ยูโร 2020 

ตามรอยเท้าของพ่อ

เมื่อตอนที่ Roberto Mancini เริ่มจับงานการคุมทีมเป็นครั้งแรกกกับฟิออเรนติน่า Chiesa ก็เพิ่งได้เริ่มเส้นทางชีวิตค้าแข้งเช่นกัน เขาได้ร่วมกับสโมสรท้องถิ่น Settignanese ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Florence ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยมีโค้ชคนแรกของเขาเป็นตำนานฟิออเรนติน่าอย่าง Kurt Hamrin ผู้ครองสถิติยิงประตูมากที่สุดอันดับสองให้ฟิออ (150 ประตู) เป็นรองแค่ Gabriel Batistuta ที่ได้ทำลายสถิติเมื่อฤดกาล 1999/2000 ด้วย 167 ประตู เขาคนนี้เป็นผู้ปูทางให้กับ Fede เข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพ 

เคียซ่าร่วมสโมสรท้องถิ่น Settignanese ในวัยเด็ก
เคียซ่าร่วมสโมสรท้องถิ่น Settignanese ในวัยเด็ก
Source: Contastorie

Chiesa ถนัดที่จะเล่นเป็นปีกตัวริมเส้น ต่างกับพ่อของเขาที่ยืนเป็นกองหน้า เจ้าตัวได้ร่วมทัพม่วงมหากาฬตามรอยของคุณพ่อตั้งแต่อายุ 10 ขวบและสำเร็จการฝึกซ้อมจากอะคาเดมี่ของฟิออในเวลาต่อมา Fede ถูกเรียกติดทัพทีมชาติอิตาลีชุด U-19 ครั้งแรกตอนอายุ 19 ปี พร้อมๆ กับเหล่าดาวรุ่งทัพ Azzurri อย่าง Nicolo Barella และ Manuel Locatelli

จุดเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับชุดใหญ่

ต่อมาในปี 2016 เขาได้เซ็นสัญญา Professional Contract ฉบับแรกกับฟิออ แต่การเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งของเขาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าตัวได้ประเดิมสนามครั้งแรกในนัดแรกของฤดูกาล 2016/17 ในการเจอกับยูเวนตุส แต่ Paolo Sousa ผู้จัดการทีม ณ ตอนนั้นตัดสินใจถอดตัวเขาออกตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกหลังโชว์ฟอร์มไม่ดีนัก ในนัดนั้นทีมของเขาก็ได้พ่ายให้กับยูเว่ 2-1 

เคียซ่าประเดิมสนามกับชุดใหญ่ในปี 2017
เคียซ่าประเดิมสนามกับชุดใหญ่ในปี 2017
Source: Goal

เขายิงประตูแรกให้กับสโมสรในศึกยูโรป้าลีกในนัดที่เจอกับ Qarabag แต่กลับโดนใบเหลืองสองใบจนโดนไล่ออกในที่สุด ถือช่วงเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งของ Fede นั้นไม่ราบรื่บอย่างที่ตนได้วาดฝันไว้ แต่ภายใน 1 ปีต่อมา เขาเริ่มเป็นที่จับตามองในบรรดาแฟนบอลหลังจากที่ยิงเปิดสนามในศึก Derby Dell’appennino กับคู่อริร่วมเมือง โบโลญญ่า ทำให้สาวกม่วงมหากาฬต้อนรับฮีโร่คนใหม่ของสโมสรอย่างเต็มตัว

ในปี 2019 เคียซ่าเริ่มได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่องและเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ฟิออเรนติน่า เข้าถึงรอบรองชนะเลิศถ้วย Coppa Italia โดยเจ้าตัวได้ทำไปถึง 6 ประตูตลอดทั้งรายการ รวมถึงการยิง 3 ประตูในนัดที่ฟิออถล่มโรม่า 7-1 และได้ยิงอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศที่พ่ายแพ้ให้กับ Atalanta ไปอย่างหวุดหวิด

ก้าวเข้าสู่เวทีใหญ่กับยูเว่

ในฤดูกาล 2020/21 ที่ผ่านมา เคียซ่า ได้ย้ายไปยูเว่ด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี พร้อมออปชั่นในการซื้อขาดมูลค่าราว 60 ล้านยูโร ทำให้สาวก Viola นั้นอกหักที่ต้องเสียดาวรุ่งตัวความหวังของทีมไป แต่ก็ต้องทำใจเพราะม้าลายนั้นเป็นทีมใหญ่ที่พร้อมจะพาเคียซ่าไปเล่นในศึกแชมเปียนส์ลีกและพร้อมชิงถ้วยรางวัลต่างๆ และสำคัญที่สุดคือ เป็นโอกาสที่จะทำให้เคียซ่าเข้าตา Mancini เพื่อถูกเรียกติดทัพ Azzurri ในยูโร 2020 อย่างที่เราได้เห็นกัน

ฤดูกาลแรกของ เคียซ่า กับม้าลายกลับมาในช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก The Bianconeri ได้สูญเสียแชมป์ Scudetto ไปให้กับ อินเตอร์ มิลาน ครั้งแรกในรอบ 9 ปีและเกือบไม่ได้ตั๋วไปเล่นบอล แชมเปียนส์ลีก ด้วยซ้ำ แต่หากเรามองในแง่ของความสำเร็จส่วนตัว เคียซ่านั้นก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม เขายิงไป 15 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ตลอดทั้งฤดูกาล แถมเป็นฮีโร่ที่ช่วยยิงเฉือนชนะอตาลันต้าในนัดชิง Coppa Italia อีกด้วย นับว่าเป็นจุดเด่นที่สุดในตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา จนมาถึงยูโร 2020 นั่นเอง

Chiesa: จากสำรองสู่ตัวแบกทัพในยูโร 

เดิมทีแล้ว เคียซ่าถูกเรียดติดทีมชาติมาเป็นตัวสำรอง แต่หลังจากอิตาลีออกสตาร์ทในยูโรได้ดี เขาได้รับโอกาสลงในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในการเจอกับเวลส์ หลังจากโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น Mancini ตัดสินใจให้โอกาสเขาลงต่อเนื่องในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เจอกับออสเตรีย ในนัดนั้น เคียซ่าได้รับรางวัล Man of the Match หลังจากทำประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษเพื่อช่วยเขี่ยออสเตรียตกรอบไปในที่สุด นับว่าครบรอบ 25 ปีหลังจากที่ Enrico พ่อของเขายิงประตูให้อิตาลีในศึกยูโร 1996 ให้ตระกูลเคียซ่าสร้างประวัติศาสตร์คู่พ่อลูกที่ยิงในรายการยูโรด้วยกัน 

ดาวรุ่งสู่ตัวหลักของทีม

จากผลงานในรอบแบ่งกลุ่มและ 16 ทีมสุดท้าย Mancini เริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเขาเต็มที่ จนทำให้เขาได้รับโอกาสอีกครั้งในการลงเป็นตัวจริงในนัดสำคัญเมื่อต้องเจอกับ เบลเยี่ยม ในรอบ 8 ทีมและรอบรองชนะเลิศที่เจอสเปน ในนัดนั้น เขาเป็นคนยิงประเดิมและได้รับรางวัล Man of the Match อีกครั้งหลังอิตาลีเอาชนะสเปนด้วยการเอาชนะในการดวลจุดโทษ อายุเพียงแค่ 23 ปี เฟเด เคียซ่า ได้พิสูจน์ตัวเองขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่พร้อมจะติดตัวจริงกับทีมไหนก็ตามและกลายเป็น ‘Big game player’ ที่เล่นออกเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน ตัวเขาจะไม่นับว่าเป็นดาวรุ่งอีกต่อไปหลังจากติดทีมยอดเยี่ยมประจำยูโร 2020 และช่วยพาอิตาลีคว้าแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ไปครอง

ขณะนี้เจ้าตัวเริ่มมีข่าวว่าทีมใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ได้ให้ความสนใจและพร้อมทุ่มเงินราว 80 ล้านยูโรเพื่อดึงมาเล่นที่ Allianz Arena อย่างไรก็ตาม ทางยูเว่ก็คงไม่ปล่อยดาวยิงอนาคตไกลรายนี้ออกไปง่ายๆ 

เว็บพนันแนะนำ
4.5 rating
ใส่รหัส 1x_434699 รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
4.3 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 2,000 บาท
เว็บหวยแนะนำ
23 July 2021
16 June 2021
19 October 2020
28 September 2020
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM