กฎ Financial Fair Play ตัวย่อ FFP คือ “กฎความยุติธรรมทางการเงิน” ถูกริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2009 นำโดยสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือ UEFA กฎการเงินนี้เกิดขึ้นเพื่อป้องกันการใช้จ่ายของแต่ละทีมมากเกินกว่ารายรับของตัวเอง โดยทางยูฟ่าเชื่อว่าเป็นการป้องกันไม่ให้สโมสรขาดความสมดุลทางการเงิน ทั้งนี้ยูฟ่าได้ออกมาพูดว่าเป้าหมายของ FFP คือ การยกระดับสถานภาพทางการเงินของฟุตบอลยุโรปเพื่อคงเสถียรภาพในการแข่งขัน สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ากฎ Financial Fair Play คืออะไร? ​เราจะอธิบายให้ฟัง

กฎ Financial Fair Play คืออะไร?

Platini อดีตประธาน UEFA ริเริ่มไอเดียกฎ FFP
Platini อดีตประธาน UEFA ริเริ่มไอเดียกฎ FFP
Source: Bleacher Report

อย่างที่กล่าวมาข้างต้น กฎ Financial Fair Play หรือ กฎความยุติธรรมทางการเงิน ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับสถานภาพทางการเงินของทีมฟุตบอลในยุโรปและได้ถูกเริ่มใช้งานเมื่อปี 2010 จุดประสงค์หลักของกฎนี้คือ ช่วยป้องกันไม่ให้แต่ละสโมสรใช้จ่าย (outcome) เกินรายรับของตัวเอง (income) เพื่อป้องกันการล้มละลายหรือปัญหาทางด้านการเงินในระยะยาว ทางสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (UEFA) เริ่มเห็นถึงความสำคัญในความสมดุลของการแข่งขันเพราะ นับวันยิ่งมีการลงทุนที่สูงขึ้นกับการเสริมทีมที่ดุดันโดยเฉพาะจากทีมใหญ่ที่มีอำนาจทางการเงินสูง หรือในหลายกรณีที่มีเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีและคอยทุ่มเงินในการซื้อนักเตะชั้นนำเข้ามา ทำให้ทีมใหญ่นั้นยิ่งได้เปรียบและทิ้งห่างทีมเล็กมากขึ้นไปทุกที กฎ FFP จะเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้สโมสรใช้เงินเกินรายรับของตัวเองเพื่อให้การจัดการของทีมนั้นยั่งยืนนั่นเอง

แต่ละสโมสรสามารถใช้เงินได้มากแค่ไหน? 

รายได้ของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป
รายได้จากท็อป 20 ทีมในยุโรป
Source: Deloitte Money League

ตามกฎดังกล่าวของยูฟ่า ทุกสโมสรจะต้องแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของสโมสร โดยแต่ละสโมสรสามารถใช้เงินที่เกินจากรายรับเป็นจำนวน 5 ล้านยูโร มีลิมิตสะสมถึง 30 ล้านยูโรภายในระยะเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา การลงทุนเพื่อสร้างสนามใหม่ การพัฒนาสนามซ้อมหรือโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนกับทีมเยาว์ชนและทีมผู้หญิงจะไม่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายของกฎนี้ แปลว่าทีมสามารถลงทุนได้เน้นๆเกี่ยวกับฟุตบอลโดยต้องสร้างความสมดุลระหว่างรายได้ เช่น จากการขายนักเตะ ค่าโฆษณา รายได้ที่มาจากแมตช์เดย์ และลิขสิทธิ์โทรทัศน์ กับการใช้จ่ายในการซื้อนักเตะและเพิ่มเพดานค่าเหนื่อย เป็นต้น

บทลงโทษคืออะไรหากทำผิดกฎ FFP

สำหรับสโมสรที่ฝ่าฝืนกฎการเงินดังกล่าว ก็จะมีบทลงโทษ เช่น การปรับเงิน การห้ามซื้อนักเตะเพิ่ม หรือ Transfer Ban การจำกัดจำนวนนักเตะที่ส่งชื่อเข้าแข่งขันในรายการของยูฟา และที่รุนแรงสุดก็คือการห้ามเข้าแข่งขันในรายการที่ยูฟ่าจัด เช่น แชมเปียนส์ลีก และ ยูโรป้า เป็นต้น ตั้งแต่ตั้งกฎนี้ขึ้นมามีสองสโมสร แมนซิตี้ กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่เคยโดนปรับมาแล้ว เราคงจำกันได้ดีหลังจากที่ข่าวว่า แมนซิตี้ เกือบถูกแบนจากการแข่งขันในยุโรปราว 2 ปี แต่สุดท้ายศาลกีฬาโลกก็ได้ถอนคำสั่ง

ใครเคยโดนลงโทษมาแล้วบ้าง?

Neymar ย้ายมา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวสถิติโลก 222 ล้ายยูโร
Neymar ย้ายมา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวสถิติโลก 222 ล้ายยูโร
Source: PSG Talk

เมื่อปี 2014 ได้มีการเปิดเผยว่ามีทั้งหมด 20 สโมสรที่เคยแหกกฎทางการเงินและได้ทำการปรับร่วม 9 สโมสรที่ได้ใช้จ่ายเกินรายรับตามที่กำหนดไว้รวมถึงสองทีมดังอย่าง แมนซิตี้ และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในคดีของ PSG พวกเขาถูกปรับราว 60 ล้านยูโรและถูกจำกัดรายชื่อผู้เล่นในรายการบอลยุโรปเหลือ 21 คน (จากเดิม 25 คน) เช่นเดียวกับกรณีของเรือใบสีฟ้า จากการพิจารณาจากศาลกีฬาโลก ได้มีการยกบทลงโทษบางส่วนให้กับสองทีมรวยน้ำมันในที่สุด

ค่าปรับจากการละเมิดกฎ FFP ไปไหน? 

ทางยูฟ่าได้แจ้งว่าค่าปรับที่ได้จากการละเมิดกฎ Financial Fair Play จะถูกกระจายออกเพื่อช่วยเหลือทีมอื่นๆในยุโรป โดยจะมีการหาร 80% ของเงินค่าปรับให้กับทีมที่เข้าไปเล่นในรายการ แชมเปียนส์ลีก และยูโรป้าลีก รอบแบ่งกลุ่มและหารอีก 20% ให้กับทีมที่ไม่สามารถเข้ารอบมาได้ ซึ่งในฤดูกาล 2016/17 นั้นแต่ละทีมที่เข้ารอบแบ่งกลุ่มได้เงินเฉลี่ยที่ 78,300 ยูโรต่อสโมสร หรือราว 2.8 ล้านบาท ในขณะที่ 20% ที่เหลือแบ่งให้ทีมที่ไม่เข้ารอบเฉลี่ยที่ 8,540 ยูโรต่อสโมสร หรือราว 3 แสนบาท 

ขอบคุณข้อมูลจาก DW