จะทำอย่างไรดีเมื่อทีมใหญ่เริ่มใหญ่เกินไป? อ่านเทรนด์ของการขาดความสมดุลในบอลยุโรป เมื่อทีมอื่นๆเริ่มตามยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่ทัน ทั้งเรื่องการเงินและสถานะ

ดราม่า ความตื่นเต้น และความไม่แน่นอน ล้วนเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีผู้คนติดตามมากที่สุดทั่วโลก แต่ในขณะนี้เรากำลังเห็นเทรนด์ของทีมใหญ่ที่ครองแชมป์ติดต่อกันหลายสมัยโดยไม่เปิดโอกาสให้กับทีมเล็กได้มีลุ้นกันบ้าง ทั้งนี้เพราะทีมใหญ่เริ่มทิ้งห่างทีมอื่นๆ ในเรื่องของสภาพการเงินและสถานะ

บอลยุโรป ที่ขาดความสมดุล

Juventus แชมป์ลีกเซเรียอา 9 สมัยติด
Juventus แชมป์ลีกเซเรียอา 9 สมัยติด
Source: Alfredo Pedulla

ต่างจากการกีฬาของสหรัญอเมริกาที่ได้มีการตระหนักถึงการแข่งขันที่สมดุล หรือ Competitive Balance เพื่อให้ความตื่นเต้นของกีฬาและให้แฟนๆได้ลุ้นทีมตัวเอง ในทุกๆปีทำให้ประมาณ ⅓ ของทีมจากวงการกีฬาในสหรัฐล้วนมีความคิดว่าทีมตัวเองสามารถคว้าแชมป์รายการในปีนั้นได้ ในขณะที่ทีมที่เหลือก็ยังมีความหวังที่จะสามารถผงาดได้หากมีแผนที่ดีรวมถึงดวงที่เข้าข้าง แต่สำหรับฟุตบอล 5 ลีกใหญ่ของยุโรปความสมดุลเริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆ เราเห็นได้จากบุนเดสลีกาที่ บาเยิร์น มิวนิค ครองแชมป์มา 8 ปีติดและในเซเรียอาที่มียูเวนตุสเป็นแชมป์ลีก 9 สมัยซ้อน จึงเกิดคำถามที่ตามมาก็คือ บอลลีกยุโรปเสียความสมดุลไปแล้วหรือไม่?​ จะมีสักกี่ทีมกันโดยเฉพาะจาก 5 ลีกใหญ่ (พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ลาลีกา และ เซเรียอา) ที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ที่จะเป็นแชมป์ก่อนที่ฤดูกาลจะเริ่ม?​ นี่แหละคือปัญหาของการที่ทีมใหญ่เริ่มใหญ่เกินไป

เทียบสถิติจาก 5 ลีกใหญ่ บอลยุโรป

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ เรามาดูสถิติการคว้าแชมป์ของลีกใหญ่ในยุโรปเมื่อเทียบกับกีฬาหลักของสหรัฐอเมริกา ภายในระยะเวลาเดียวกับการกีฬาของสหรัฐอเมิรกาได้มีทีมที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์แต่ละลีกมากกว่าทีมใน 5 ลีกหลักราว 2 เท่าด้วยกัน

ฟุตบอลลีกยุโรปจำนวนทีมที่คว้าแชมป์วงการกีฬาในสหรัฐจำนวนทีมที่คว้าแชมป์
พรีเมียร์ลีก6 ทีมMLB World Series13 ทีม
บุนเดสลีกา5 ทีมNBA Champions9 ทีม
ลาลีกา4 ทีมNHL Stanley Cup12 ทีม
เซเรียอา4 ทีมNFL Superbowl12 ทีม
ทีมบาส NBA ที่เคยได้แชมป์ใน 20 ปีที่ผ่านมา
ทีมบาส NBA ที่เคยได้แชมป์ใน 20 ปีที่ผ่านมา
Source: Facebook NBA 24/7

ใน 20 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นทีมพรีเมียร์เพียงแค่ 6 ทีมยกถ้วยแชมป์ ในขณะที่มี 13 ทีมคว้าแชมป์รายการ MLB World Series มีเพียง 5 ทีมที่ได้แชมป์บุนเดสลีกาแต่มีถึง 9 ทีมที่ได้คว้า NBA Championship มีเพียงแค่ 4 ทีมที่ได้แชมป์ในลาลีกาและเซเรียอา ในขณะที่มี 12 ทีมแบ่งกันได้แชมป์ Stanley Cup และ Superbowl

ยักษใหญ่ในบอลถ้วย

นอกจากการที่เราได้เห็นความไม่หลากหลายของทีมแชมป์ในบอลลีกแล้ว รายการบอลถ้วยยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เมื่อเราดูจากสถิติแล้ว 5 ลีกหลักของยุโรปมีทีมทีคว้าแชมป์น้อยลงใน 20 ปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับ 20 ปีก่อนหน้านี้ ในรายการแชมเปียนส์ลีกก็เช่นกัน มีทีมที่คว้าแชมป์รายการได้ถึง 15 สโมสรในช่วงปี 1980 – 1999 แต่มีเพียงแค่ 9 สโมสรที่คว้าแชมป์ใน 20 ปีหลัง โดยมี FC Porto ที่ได้แชมป์ปี 2004 ที่เป็นสโมสรเดียวนอกจาก 5 ลีกใหญ่ของยุโรปอีกด้วย แต่เมื่อเทียบกับ 20 ปีก่อนหน้า มี 5 สโมสรจากลีก Dutch ลีก Romania ลีกโปรตุเกส และลีก Yugoslavia คว้าแชมป์สำเร็จในช่วงปี 1980s – 1990s 

แชมป์ บอลยุโรป ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 40 ปีหลังสุด
แชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 40 ปีหลังสุด
Source: Pinterest

มันเริ่มจะเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นได้ชัดและทางยูฟ่าเองก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลในฟุตบอลมากขึ้น จากรายงานของยูฟ่าปีที่แล้วได้บ่งบอกตัวเลขว่า 5 ลีกใหญ่ในยุโรปสร้างรายได้ให้กับวงการฟุตบอลยุโรปถึง 75% จากรายได้ทั้งหมดโดยมี 30 สโมสรที่ใหญ่ที่สุดกินส่วนแบ่งรายได้ไปแล้วครึ่งนึงของทั้งหมดและได้กลายเป็นแกนเศรษฐกิจของบอลยุโรปไม่ว่าจะเป็นด้าน เพดานค่าเหนื่อยนักเตะ ค่าใช้จ่ายในการซื้อผู้เล่นใหม่ หรือ เม็ดเงินที่ได้จากการขายผู้เล่นออกไป

ทิ้งห่างเรื่องการเงิน

บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ บอลยุโรป สร้างรายได้มากที่สุดของปี 2020
บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์สเปนสร้างรายได้มากที่สุดของปี 2020 840 ล้านยูโร
Source: Deloitte Football Money League 2020

นอกจากทางยูฟ่าแล้ว มีรายงานจาก Deloitte Football Money League 2020 ที่บ่งบอกว่าสโมสรฟุตบอลที่มีการเงินที่มั่งคั่งล้วนมาจาก 5 ลีกหลักในยุโรปและสังเกตุได้ว่าทีมใหญ่ของแต่ละลีกเริ่มก้าวกระโดดในด้านการเงินและทิ้งห่างทีมที่เหลือ ตัวอย่างเช่น บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งสเปนสร้างรายได้ทะลุ 800 ล้านยูโรในปี 2020 ทิ้งห่าง เรอัล มาดริด ไปกว่า 80 ล้านยูโรและสร้างรายได้มากกว่า เซบีย่า (ทีมที่รวยที่สุดลาลีกาอันดับ 5) กว่า 6 เท่า ทั้งนี้การทิ้งห่างเรื่องสถานะการเงินนั้นเห็นได้ชัดในบอลลีกเอิงฝรั่งเศสและบุนเดสลีกาที่กำลังมีช่องว่างที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน มันจึงเกิดเป็นคำถามขึ้นมาว่า ทีมใหญ่เริ่มใหญ่เกินไปหรือเปล่า? และมันจะส่งผลต่อวงการฟุตบอลอย่างไร? จะทำให้การแข่งขันน่าเบื่อไหม? เราจะไปถึงจุดที่ทีมรองไม่สามารถพลิกโผหรือเปล่า?​

ความคิดเห็นที่แตกต่างของยุคสมัย

ความสมดุลด้านการแข่งขันเป็นเรื่องที่สำคัญต่อระบบนิเวศน์ของวงการฟุตบอลแต่กำลังถดถอยลงเรื่อยๆ ผู้บริหารและสมาคมฟุตบอลของแต่ละลีกควรตระหนักถึงวิธีแก้ไขเรื่องความไม่สมดุลเพื่อไม่ให้ทีมใหญ่ทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งปัจจัยหลักอาจมาจากสัญญาถ่ายทอดสดที่มีมูลค่าไม่เท่ากัน เช่น บอลพรีเมียร์ลีกมีสัญญาถ่ายทอดสดที่ใหญ่กว่า เป็นต้น หากเรานำตัวอย่างของวงการกีฬาอเมริกามาดู สิ่งที่บอลยุโรปนั้นขาดไปก็คือการกำหนดเพดานค่าเหนื่อยของนักเตะเพื่อให้ทีมอื่นๆมีโอกาสที่เท่ากันและมีมาตรการที่เข้มขึ้นสำหรับกด Financial Fair Play

ในทางกลับกันมีผลสำรวจออกมาว่าแฟนบอลก็ยังคงชื่นชอบและอยากติดตามทีมยักษ์ใหญ่ที่มีผู้เล่นคนดังในขณะที่ต้องการให้การแข่งขันมีความสมดุลมากขึ้น การที่เราคิดว่าทีมใหญ่นั้นจะเริ่มใหญ่จนตามไม่ทันอาจขึ้นอยู่กับอายุ ผู้ที่มีอายุหรือสูงวัยจะยังคงเห็นฟุตบอลมีส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจและเป็นวัฒนธรรมที่ยึดแน่นกับสโมสรนั้นๆ ในขณะที่เด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยสนใจเรื่องความสมดุลของการแข่งขันเพราะคิดว่าเงินสูบฉีดจะทำให้คุณภาพของการแข่งขันดีขึ้นและเพิ่มความสนุก กลุ่มคนเหล่านี้มักติดตามทีมใหญ่อยู่แล้วจึงจะไม่ได้สัมผัสถึงความรู้สึกด้อยโอกาสของทีมเล็ก

เว็บพนันแนะนำ
4.5 rating
ใส่รหัส 1x_434699 รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
4.3 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 2,000 บาท
เว็บหวยแนะนำ
23 July 2021
16 June 2021
19 October 2020
28 September 2020
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM