อ่านแบบแผนการทำทีมของ Andrea Pirlo ผู้จัดการทีมหน้าใหม่ของม้าลาย ยูเวนตุส เรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาการเล่นและ Formation ของกุนซือชาวอิตาเลี่ยน

เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่มีทีมอื่นนอกจาก ยูเวนตุส ที่ได้ แชมป์เซเรียอา แต่ในฤดูกาล 2020/21 นี้ได้ผ่านมาแล้วครึ่งทางแต่แชมป์เก่านั้นอยู่ห่างจากหัวตารางถึง 7 แต้ม เส้นทางชีวิตของยูเว่กับกุนซือใหม่ Andrea Pirlo อดีตตำนานของสโมสรได้เริ่มต้นไม่สวยอย่างที่หลายคนคาดไว้ เราจึงอยากมาสำรวจแผนการเล่นบอลสมัยใหม่ของยูเว่ในฤดูกาลนี้

ผู้จัดการเลือดใหม่ ไฟแรง

บางทีมันค่อนข้างยากที่จะมองออกว่าสไตล์การเล่นของโค้ชใหม่นั้นจะเป็นอย่างไรหรือแม้กระทั่ง Character ของทีมที่หายไป โดยเฉพาะเมื่อมีกุนซือลือดใหม่เข้ามาคุมทีมใหญ่อย่างยูเว่ แต่กับ ปีร์โล่ เขาเป็นคนที่มีปรัชญาและสไตล์การเล่นที่ชัดเจน ก่อนที่ตัวเขาจะเข้ารับตำแหน่งกุนซือม้าลายยูเวนตุส ต่อจาก Sarri เขาได้จบหลักสูตรจาก Centro Tecnico Federale di Coverciano โรงเรียนสอนการจัดการและขัดเกลาผู้จัดการทีมในอิตาลีที่มีกุนซือชื่อดังหลายคนอย่าง Antonio Conte, Massimiliano Allegri และ Carlo Ancelotti เป็นต้น

Andrea Pirlo กับอดีตกุนซือยูเวนตุส Antonio Conte
Andrea Pirlo กับอดีตกุนซือยูเวนตุส Antonio Conte
Source: Sky Sports Italia

ผู้จัดการเลือดใหม่ไฟแรงคนนี้ได้เขียนวิทยานิพนธตอนเรียนจบหลักสูตร (เพื่อได้ UEFA PRO License) เกี่ยวกับปรัชญาฟุตบอลและสไตล์การเล่นของเขา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการทำทีมของยอดกุนซือระดับตำนานอย่าง Johan Cruyff และ Pep Guardiola สมัยคุมบาร์ซ่า,  Louis van Gaal สมัยคุม Ajax, Carlo Ancelotti สมัยคุมเอซี มิลาน และ Antonio Conte สมัยที่คุมยูเว่ 

หนึ่งในปรัชญาหลักของ ปีร์โล่ คือการเข้าใจว่าฟุตบอลในสมัยใหม่นั้น ตัวผู้เล่นไม่ได้เพียงแค่การคุมตำแหน่งอย่างเดียว แต่ทุกคนจะต้องมีความ versatile เพื่อปรับตัวเข้ากับรูปเกมได้ตลอดเวลาและเติมเต็มฟังก์ชั่นต่างๆ ให้กับทีมถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ตำแหน่งธรรมชาติของตัวเองก็ตาม เพราะฉะนั้นเขาต้องการให้ผู้เล่นมีการขยับตัวทั้งเวลามีบอลและไม่มีบอลอยู่ตลอดเวลาในสนาม

ยุคเปลี่ยนถ่าย

Dejan Kulusevski กับ Federico Chiesa สองแนวรุกพลังหนุ่มของยูเว่
Dejan Kulusevski กับ Federico Chiesa สองแนวรุกพลังหนุ่มของยูเว่
Source: Juvefc

ปีร์โล่ ได้เข้ามาคุมทัพหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลีที่กำลังอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลง ในฤดูกาลที่แล้ว (2019/20) ยูเวนตุส เป็นแชมป์เซเรียอา จบอันดับที่หนึ่งห่างจากรองแชมป์เพียงแค่แต้มเดียวโดยมีอีก 4 ทีมในเซเรียอาที่ยิงได้มากกว่าและ 2 ทีมที่เสียประตูน้อยกว่า ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี นอกจากนี้แล้วเราเห็นได้ชัดว่ายูเว่มีตัวแบกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยิงไปทั้งหมด 31 ประตูจากทั้งหมด 76 ลูก ของทีม ในฤดูกาลนี้เขาได้พาทีมยิงไปแล้ว 16 ประตูจาก 20 นัด ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาโรนัลโด้อย่างหนัก ปีร์โลจึงได้ดึงผู้เล่นดาวรุ่งเข้ามาหลายคนอย่าง Federico Chiesa, Dejan Kulusevski, Weston McKennie, และ Matthijs de Ligt ที่กำลังเรียนรู้จากรุ่นพี่ในทีมเพื่อปรับตัวเข้ากับบอลเซเรียอาและจะกลายเป็นแกนหลักของทีมในอนาคต

แผนการเล่นของ Pirlo

แผนการเล่นของกุนซือป้ายแดงคนนี้เริ่มด้วยแผน 4-2-3-1 ตอนเริ่มเกมแต่จะแปรรูปมาเป็น  4-4-2 เมื่อทีมตั้งรับและใช้ระบบ 3-2-5 เมื่อทีมต้องการที่จะบุก แผน 3-5-2 ของยูเวนตุสตอนบุกจะใช้ฟูลแบ็คหนึ่งคนเพื่อหุบเข้ามาเป็นหลังสามเพื่อให้ฟูลแบ็คอีกฝั่งมีพื้นที่เติมขึ้นไปช่วยเล่นเกมรุกได้ และจะต้องมีผู้เล่น +1 เป็นตัวเลือกเมื่อทีมโดน press (2 คนต่อผู้เล่นคู่แข่ง 1 คน หรือ 3 คนต่อผู้เล่นคู่แข่ง 2 คน เป็นต้น)

วิดีโออธิบายการทำทีมของ Pirlo โดย Football Made Simple

ผู้เล่นในทีมจะช่วยกัน press บอลอย่างหนักเมื่อมีการเสียบอลเกิดขึ้นก่อนที่คู่แข่งจะมีโมเมตัมในการสวนกลับ (Counter-attack) หรือการที่ทีมกลับสู่ตำแหน่ง 4-4-2 เพื่อให้แนวรับเจาะยากขึ้น เช่นเดียวกับกุนซือสมัยใหม่หลายคน ปีร์โล่ เน้นการทำเกมที่เริ่มขึ้นจากแดนหลังหรือเริ่มจากผู้รักษาประตู ทุกครั้งที่ผู้เล่นของทีมได้บอล เขาจะต้องมีตัวเลือกในการถ่ายบอล 4 ช่องทางด้วยกัน 1 คนรอรับบอลในแดนหลัง 2 คนรอรับบอลในแดนกลางและ 1 คนรอรับบอลในแดนหน้า เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้การหมุนเวียนตำแหน่ง หรือการ Rotation เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับยูเวนตุส ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่เพื่อรับบอลจากเพื่อนหรือการวิ่งเพื่อสร้างพื้นที่ให้กับคนอื่น 

เมื่อมาถึงเกมรุก ปีร์โล่ ต้องการให้ผู้เล่นของเขาสร้างสรรค์และ improvise ในการสร้างประตูด้วยทักษะเฉพาะตัว เพราะถึงแม้ว่าการวางระบบรูปเกมเป็นเรื่องที่สำคัญแล้ว ความสร้างสรรค์จากความสามารถเฉพาะตัวจาก CR7, Alvaro Morata, Federico Chiesa และ Dejan Kulusevski ย่อมเจาะแนวรับคู่แข่งได้สำเร็จและนำมาสู่การทำประตู

ปรัชญาได้ผลหรือไม่

พอมาถึงจุดนี้ เราได้เรียนรู้ปรัชญาในการทำทีมของ แอนเดรีย ปีร์โล่ แต่มันได้ผลในสนามจริงหรือไม่? ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมันดูเหมือนว่าแผนการทำทีมนั้นเริ่มได้ผล มีเพียงแค่ 2 นัดในฤดูกาลนี้ที่คู่แข่งมีคุณภาพการยิงที่ดีกว่า นำไปสู่การทำประตูที่มากกว่า (Expected Goals) คือนัดที่พ่าย ฟิออเรนติน่า กับ อินเตอร์ มิลาน 

Expected Goals หรือ xG เป็นสถิติที่เริ่มเป็นทีนิยมในวงการฟุตบอลช่วง 4-5 ปีหลัง สถิตินี้เกิดขึ้นเพื่อเทียบผลงานของการสร้างโอกาสทำประตูหรือลูกยิงที่ควรเป็นประตูของแต่ละฝ่ายเมื่อแข่งกัน เดิมทีแล้วจะนับแค่จำนวนลูกที่ยิงและจำนวนครั้งที่ลูกยิงเข้ากรอบ เช่น นับลูกยิงจาก 40 หลากับลูกยิง 6 หลาเป็น 1 ครั้งเท่ากัน

นอกจากนี้แล้ว ดูเสมือนว่าจริงๆแล้วยูเว่ก็มีแผนทำทีมที่ชัดเจน พวกเขาเป็นทีมที่ counter-press บอลดีที่สุดอันดับ 3 ในลีก ขยับขึ้นมาจากอันดับ 8 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อีกทั้งการผ่านบอลสำเร็จสู่เขตอันตรายก็ได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย หลักการสองอย่างที่กล่าวมาคือสูตรปรัชญาของกุนซือคนใหม่ อย่างไรก็ตามเขาจะต้องพิสูจน์แผนการเล่นให้ได้ด้วยการชนะถ้วยรางวัลนั่นเอง ปีนี้ ยูเวนตุส จะได้แชมป์ Scudetto ปีที่สิบต่อเนื่องไหม?

ปีนี้ใครจะเป็นแชมป์ Serie A?
เว็บพนันแนะนำ
4.5 rating
ใส่รหัส 1x_434699 รับโบนัส 100% สูงสุด 4,000 บาท
4.0 rating
รับโบนัส 50% สูงสุด 1,000 บาท
4.8 rating
รับโบนัส 200% สูงสุด 20,000 บาท
W88
5.0 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 6,000 บาท
4.3 rating
รับโบนัส 100% สูงสุด 2,000 บาท
เว็บหวยแนะนำ
23 July 2021
16 June 2021
19 October 2020
28 September 2020
Thaibet24
© COPYRIGHT - THAIBET24.COM