เราในฐานะแฟนบอลก็ได้ดื่มด่ำไปกับการปิดของตลาดนักเตะรอบซัมเมอร์ของบรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกกันแล้ว โดยมีหลายทีมได้ซื้อผู้เล่นเพิ่มเข้ามาเพื่อยกระดับแย่งและเสริมแกร่งให้มีลุ้นชิงแชมป์หรือให้แข่งขันเพื่อแย่งชิงอันดับตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกที่สูง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่เราจะได้เห็นผู้เล่นตัวโปรดคนใหม่เข้ามาช่วยให้ทีมของเรานั้นแข็งแกร่งมากขึ้น ผู้เล่นรายใหม่ทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการ ตรวจร่างกาย ก่อนที่จะสามารถเซ็นสัญญาและเป็นผู้เล่นของทีมได้อย่างเต็มตัว ทั้งนี้แฟนบอลพรีเมียร์ลีกที่อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่ายของทีมพรีเมียร์ลีกในตลาดนักเตะรอบนี้ ใครซื้อใครบ้าง สามารถเข้ามาอ่านสรุปตลาดซื้อขายนักเตะ

นักเตะคนไหนเคยมีปัญหาการ ตรวจร่างกาย บ้าง?

การตรวจร่างกายของนักบอลนั้นถือเป็นด่านสุดท้ายของการย้ายสังกัด แต่ในบางครั้งก็อาจมีเหตุผลที่ทำให้ไม่ผ่านการตรวจร่างกายและอดย้ายสังกัดโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ทำให้แฟนบอลต้องวิตกกังวลกันบ้างเมื่อผู้เล่นใหม่ต้องผ่านการตรวจร่างกายเป็นขั้นตอนสุดท้าย เรามาดูกันว่านักบอลคนไหนเคยไม่ผ่านการตรวจร่างกายทำให้การย้ายทีมมีโอกาสล่มไปโดยสิ้นเชิงและอธิบายให้แฟนบอลได้รู้กันว่าการ ตรวจร่างกายของนักบอล มีขั้นตอนอะไรบ้าง? ทำไมมันถึงมีความซับซ้อนอยู่มาก

Ruud van nistelrooy manchester united 2000
Ruud van Nistelrooy แมนยู ปี 2000
Source: Essentiallysports
  • ในช่วงปี 2000 การตรวจร่างกายของกองหน้าระดับตำนานอย่าง Ruud Van Nistelrooy ไม่ผ่านในรอบแรกและเกือบทำให้แมนยูไม่ได้เซ็นกองหน้าชาวดัตช์ ทำให้เกิดความล่าช้ากว่าปกติก่อนที่จะปิดดีลได้สำเร็จทำให้แฟนแมนยูนั้นลุ้นกันอย่างวิตกกังวล
  • ในปี 2009 Andrey Arshavin เป็นอีกหนึ่งรายที่ไม่ผ่านการตรวจร่างกายตอนที่จะย้ายมาเล่นให้กับอาร์เซน่อล ทีมงานแพทย์ของสโมสรได้บอกถึงความกังวลของสภาพหัวใจของผู้เล่นทำให้ต้องมีการตรวจร่างกายรอบที่ 2 ในรอบนี้ Arshavin ก็ผ่านการทดสอบไปได้ทำให้การย้ายสังกัดปิดดีลลงได้ภายใน 8 วินาทีสุดท้ายก่อนตลาดนักเตะปิดตัวลง
  • อดีตกองหน้าตัวโหดของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ขณะนี้กำลังค้าแข้งในจีน Marko Arnautovic เดิมทีแล้วจะย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอังกฤษตั้งแต่ปี 2009 เพื่อร่วมทีมเชลซี แต่หลังจากไม่ผ่านการตรวจร่างกายเนื่องจากการร้าวของกระดูกเท้า จึงได้ทำให้นักเตะย้ายไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัวแทน 4 ปีต่อมา Arnautovic ก็ได้ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกสมใจในปี 2013 กับ Stoke City
  • Victor Valdes อดีตผู้รักษาประตูทีมบาร์เซโลน่าได้ตกลงเซ็นสัญญากับ โมนาโก เพื่อย้ายไปเล่นในลีกเอิงช่วงปี 2014 แต่กลับไม่ผ่านการตรวจร่างกายจากการบาดเจ็บเอ็นไขว้ที่หัวเข่า ทำให้เจ้าตัวไม่ได้ย้ายในที่สุด
  • มาอีกครั้งในปี 2014 ผลตรวจร่างกายของ Loic Remy กองหน้าชาวฝรั่งเศสได้ทำให้ดีลซื้อตัวไปลิเวอร์พูลจากนิวคาสเซิลนั้นต้องล้มลง แต่ในที่สุดเชลซีก็ได้คว้าตัวนักเตะไปร่วมทีมอย่างสมบูรณ์ในเวลาต่อมา

ตรวจร่างกาย ของนักบอล ต้องผ่านอะไรบ้าง?

gareth bale medical real madrid

การตรวจร่างกายของนักบอลสำหรับแต่ละสโมสรอาจมีกระบวนการและความเข้มงวดที่ไม่เหมือนกัน เช่น ผู้รักษาประตูจะเน้นการตรวจความแข็งแรงของช่วงบน (Upper-body) ซึ่งแตกต่างกับผู้เล่นในสนามตำแหน่งอื่นๆ อย่างไรก็ตามการตรวจร่างกายจของนักบอลนั้นจะต้องครอบคลุมทั้งหมด 6 ปัจจัยหลักด้วยกัน ได้แก่

  1. หัวใจ – ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ใช้กำลังมากและมีการปะทะกันระหว่างผู้เล่นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นทำให้การตรวจหัวใจของผู้เล่นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยกระบวนการตรวจสมรรถภาพหัวใจของผู้เล่นใหม่จะใช้ คลื่นไฟฟ้า (Electrocardiogram) เพื่อวัดความแข็งแรงและต้องตอบคำถามมากมายเกี่ยวกับประวัติสุขภาพพร้อมมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเล็กน้อยเพื่อดูผลและการตอบสนองของการเต้นของหัวใจ
  2. การเคลื่อนไหวของร่างกายผู้เล่น – เมื่อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาสู่สโมสรจะต้องผ่านแบบทดสอบการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อเช็คความฟิตและความปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อ การตรวจในขั้นตอนนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องฟิตเนส (Physio) เจอปัญหาทางด้านกล้ามเนื้อและประมวลของฟิตของร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเรื้อรังที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
  3. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและสมบูรณ์ – เจ้าหน้าที่ด้านฟิตเนสจะดูรายละเอียดการทำงานของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะช่วง แฮมสตริง และ หลังล่าง 2 ตำแหน่งนี้เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักบอลบาดเจ็บบ่อย จึงต้องมีการทดสอบโดยการทำ Squat หรือ กระโดดไกล
  4. ไขมันในร่างกาย – ฟุตบอลในสมัยนี้ผลักดันให้นักบอลทุกคนต้องฟิตอย่างเต็มถังทุกครั้งในการเล่นเพื่อเข้นประสิทธิภาพที่สูงสุดของนักกีฬา เหตุผลนี้จึงทำให้ไขมันในร่างกายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทีมแพทย์และฟิตเนสหันมาเข้มงวดมากขึ้น โดยจะใช้เครื่องมือทางการแพทย์วัดไขมันในร่างกาย ปกติแล้วนักกีฬาระดับพรีเมียร์ลีกจะมีไขมันในร่างกายประมาณ 10% เท่านั้น
  5. การวิ่งสปรินท์และความเร็ว – อย่างที่เพิ่งกล่าวไปว่าฟุตบอลในสมัยนี้หนักหน่วงและรวดเร็วกว่าสมัยก่อนค่อนข้างมาก ความเร็วและความอึดในการวิ่งจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเวลาซื้อขายนักเตะ นักเตะใหม่จึงต้องผ่านการทดสอบ ‘สปรินท์’ (Sprint Test) กับระยะทางที่หลากหลายเพื่อดูความฟิต โดยทั่วไปแล้ว นักบอลระดับพรีเมียร์ลีกควรวิ่ง 20 เมตร ได้ภายในเวลา 3 วินาที